วังวรวรรณ วังกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ผู้ให้กำเนิดอีนากพระโขนง

Updated: Sep 20



อาคารยุโรปโบราณ ประดับมุขหน้าด้วย Pediment โค้ง ตั้งอยู่ถนนแพร่งนราแห่งนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นวังที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ (พ.ศ. 2404-2474) ต้นราชสกุล "วรวรรณ ณ อยุธยา" พระราชโอรสลำดับที่ 56 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเขียน



วังวรวรรณสร้างในราว พ.ศ. 2420-2430 เมื่อกรมพระนราธิปฯ มีพระชันษาราว 20 ชันษา พระองค์ประทับ ณ วังแห่งนี้ได้ราว 20 ปี พื้นที่และอาคารวังฝั่งขวาก็ถูกเวนคืนเพื่อขยายเส้นทางคมนาคมในพระนคร

ภาพ Palace of Krom Min Nara จาก University of Illinois

(ปัจจุบันปีกอาคารฝั่งซ้ายในภาพ ถูกตัดทิ้งทำเป็นถนนแพร่งนรา)

พระบิดาแห่งละครการร้อง กวีและนักประพันธ์

กรมพระนราธิปฯ นอกจากจะสืบสายเลือดจากเจ้าจอมมารดาเขียน ครูและนางรำในวัง ยังมีพระชายาเป็นเชื้อสายนักดนตรี คือ มล.ต่วน วรวรรณ (มนตรี กุล) ปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ล้วนส่งเสริมให้พระองค์บรรลุจุดสูงสุดในการพัฒนาการละครของไทย จนได้รับพระสมัญญานามว่า “พระบิดาแห่งละครการร้อง”


พระองค์มีงานพระนิพนธ์ และพระนิพนธ์แปลมากมาย ดังตัวอย่างต่อไปนี้

บทละครพูดเรื่อง "สร้อยคอที่หาย"

บทละครร้อง "สาวเครือฟ้า" (Madam Butterfly)

จดหมายเหตุลาลูแบร์ (รุไบยาต)

นรางกุโรวาท

พระลอ

พันท้ายนรสิงห์

ไกรทอง

และ อีนากพระโขนง


ภาพจาก blog ของ nuttavong

อีนากพระโขนง

บทภาพยนตร์เรื่องแม่นาคพระโขนง หรือ นางนาก ล้วนมีแหล่งกำเนิดมาจากบทละครเรื่อง "อีนากพระโขนง" ซึ่งกรมพระนราธิปฯ ได้เขียนขึ้นจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปลายรัชกาลที่ 3 เป็นเรื่องของอำแดงนาก(พี่มาก) และลูกสาวกำนันตำบลพระโขนง ซึ่งเมื่อละครร้องเรื่อง “อีนากพระโขนง" ออกแสดงครั้งแรก ณ โรงละครปรีดาลัย ในราว พ.ศ. 2454 ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม จนต้องแสดงซ้ำถึง 24 รอบ


เจ้าจอมมารดาเขียน (เขียน สิริวันต์ พ.ศ. 2385-2484)

เจ้าจอมมารดาเขียน เขียนอิเหนา และ “ลูกอิเหนา”

เจ้าจอมมารดาเขียน เป็นละครหลวง รำเป็นตัวอิเหนาได้งดงามไม่มีใครสู้ จึงเรียกขานกันว่า "เขียนอิเหนา" และเมื่อถึงคราวประสูติกรมพระนราธิปฯ ในหลวงรัชกาลที่ 4 จึงมีรับสั่งว่าเป็น "ลูกอิเหนา"

คณะละครปรีดาลัยและโรงละครปรีดาลัย

เมื่อต้นลิ้นจี่ในสวนดุสิตของในหลวงรัชกาลที่ 5 ออกดอกออกผลครั้งแรก หลังจากทรงปลูกมานาน 10 ปี จึงมีพระราชปารภให้กรมพระนราธิปฯ จัดละครเรื่อง "พระลอ" ไปฉลอง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดการแสดงครั้งนั้นมาก จึงมีรับสั่งว่า ควรทำต่อไป

กรมพระนราฯ เป็นผู้มากประสบการณ์การละคร เคยจัดการแสดงทั้งละครพันทาง ละครดึกดำบรรพ์ (ในนามคณะละครนฤมิตร (หรือ ละครหม่อมหลวงต่วน)) จนได้มาชม “ละครบังสาวัน” (Malay Opera) ที่มาแสดงในพระนครในช่วงเวลานั้น กรมพระนราฯ จึงนำผสมผสานกันเข้าจนเป็นละครร้องสลับพูด โดย “คณะละครปรีดาลัย” ณ “โรงละครปรีดาลัย” ในวังของพระองค์เอง


โรงเรียนตะละภัฏศึกษา

หลังจากที่กรมพระนราธิปฯ สิ้นพระชนม์ เมื่อ พ.ศ. 2474 ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี วังแห่งนี้ก็ตกเป็นของ สนง.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยมีผู้เช่าต่อ คือ ขุนแพร่นครนฤเบศร์ (เหรียญ ตะละภัฏ ทายาท ขุนสงขลานครินทร์ (หลี ตะละภัฏ) ข้าราชบริพารใน เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ พระบรมราชชนก) โดยช่วงเวลานั้น ขุนแพร่นครนฤเบศร์ได้ให้หน่วยงานรัฐเช่าต่อ ใช้เป็น รร.ไปรษณีย์บ้าง เป็นสโมสรทหารบกบ้าง จนราว พ.ศ. 2500 โรงเรียนตะละภัฏศึกษา ซึ่งแต่เดิมตั้งอยู่ที่แพร่งสรรพศาสตร์ ก็ได้ย้ายมาทำการสอน ณ ที่แห่งนี้ จนถึง พ.ศ. 2536 ก็ปิดตัวลง

นามสกุล “ตะละภัฏ”

นามสกุล "ตะละภัฏ" ประทานโดยสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เป็นการผสมคำว่า ตะละ (ตล ในภาษาบาลี แปลว่า พื้นดิน) ซึ่งตรงกับส่วนหนึ่งของพระนามของสมเด็จพระบรมราชชนก คือ “มหิดลอดุลเดช” (มหิดล หรือ มหิตล) รวมกับคำว่า ภัฏ (ภฏฺฏ แปลว่า ผู้รับใช้ ) รวมความหมายได้ว่า “ผู้รับใช้ในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล”

พ.ศ. 2456 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) หลังจากสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช พระยาดำรงแพทยคุณได้ชักชวนให้ไปศึกษาต่อที่โรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับสามัญชนชาวสยามทั่วไป สมเด็จย่า ในขณะนั้นยังไม่มีนามสกุล จึงได้มาใช้นามสกุล ขุนสงขลานครินทร์ (หลี ตะละภัฎ) สมเด็จย่าจึงมีพระนามในหนังสือเดินทางว่า นางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ

ทายาทของกรมพระนราธิปฯ ในปัจจุบัน ดร. คุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา


#สมเด็จย่า #ตะละภัฏ

2,974 views
Follow Us